Browsing Tag

สิว

acne

สิวสเตียรอยด์รักษายังไง ให้หายขาดเร็วที่สุด

October 27, 2022
สิวสเตียรอยด์รักษายังไง

สิวสเตียรอยด์รักษายังไง ให้หายขาดเร็วที่สุด

อีกหนึ่งปัญหาผิวหน้า นอกจากกระ ฝ้า หรือ จุดด่างดำแล้ว ปัญหาสิว เป็นอีกเรื่องที่หนักใจมาก เพราะเมื่อเป็นทีไร จะต้องหมั่นดูแลรักษาให้ถูกวิธี ไม่เช่นนั้นแล้วจะหายยาก พร้อมกับทิ้งรอยแผลเป็น หรือ รูขุมขนที่กว้างขึ้นด้วย นับได้ว่าเป็นปัญหาที่จัดการยากที่สุดรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่เป็นสิวสเตียรอยด์ จะถูกขนานนามว่าเป็นประเภทที่รักษายากที่สุด สามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาการที่เป็น รวมทั้งวิธีการรักษาก็จะต้องแตกต่างกันไปตามชนิดของสิวนั่นเอง แต่ใครที่เป็นสิวประเภทนี้ขอบอกว่าให้ใจเย็น ๆ แล้วเราจะมาหาวิธีแก้ไปด้วยกันในบทความนี้ เพราะพวกเราจะพาไปรู้จักกับสิวแต่ละประเภท รวมทั้งวิธีการรักษา สิวสเตียรอยด์รักษายังไง ที่จะทำให้คุณหายขาดได้เร็วที่สุด พร้อมผิวหน้าที่กลับมาเนียนใส ไร้สิว ได้อีกครั้ง ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านกันได้ในบทความนี้ 


สิวสเตียรอยด์ เกิดขึ้นได้อย่างไร

สิวสเตียรอยด์รักษายังไง

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว มีได้หลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม สภาพแวดล้อม อาหาร การแพ้สารเคมี  แพ้อาหาร รวมไปถึงความสะอาดของใบหน้า การอุดตันของของรูขุมขน แต่สำหรับ สิวสเตียรอยด์นั้น จะเป็นภาวะที่มีอาการ สิว เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ จะเกิดกับผู้ที่ได้รับ สารสเตียรอยด์ ติดต่อกันเป็นเวลานานนั่นเอง แต่ก่อนอื่นเลยต้องไปรู้จักกับเจ้าสารสเตียรอยด์กันก่อน เพราะในวงการแพทย์นั้น เจ้าสารชนิดนี้คืออะไร แล้วทำไมถึงได้มีการรับเข้าสู่ร่างกาย 

สำหรับสาร สเตียรอยด์ คือ ชื่อสั้น ๆ ของ ยาในกลุ่ม corticosteroid โดยยาในกลุ่มนี้จะเป็นยาที่มีสรรพคุณในการ ต้านการอักเสบ ได้ทั่วร่างกาย สำหรับในวงการแพทย์นั้น จะนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาอาการอักเสบของร่างกาย หรือ ใช้ในการกดภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยที่ผิดปกติ ซึ่งมีหลากหลายแบบเช่นกัน 


รูปแบบของสาร สเตียรอยด์ มี 3 แบบ

สาร สเตียรอยด์ จะมีรูปแบบด้วยกัน 3 แบบก็คือ แบบฉีด, กิน รวมทั้งการ ทา นั่นเอง ถ้าเกิดว่ามีการใช้สาร สเตียรอยด์ ในปริมาณที่ไม่มากนัก หรือ ไม่ได้ใช้ต่อเนื่องนาน ๆ จะไม่มีผล หรือ อาการข้างเคียงใด ๆ แต่ถ้าหากว่าร่างกายได้รับ สเตียรอยด์ ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายหลายประการด้วยกัน ตัวอย่างเช่น มีอาการบวม มีแผลทางเดินอาหาร ส่งผลให้กระดูกพรุน ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ ผิวหนังบาง รวมทั้ง การเป็นสิว หรือ เป็นผื่นด้วย 

ประโยชน์ของสาร สเตียรอยด์ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี และ ไม่ดี เพราะถ้าใช้รักษาในบางโรค หรือ อาการเจ็บป่วยบางอย่าง จะช่วยให้ได้ผลดีต่อโรคนั้น แต่ถ้าหากว่าได้รับสารชนิดนี้ต่อเนื่องกันไปนาน ๆ ก็จะมีผลข้างเคียงตามมาได้ ส่วนเรื่องของ สิวสเตียรอยด์ ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้เพราะการรับสารชนิดนี้มากเกินไปนั่นเอง


ผลิตภัณฑ์ผสมสเตียรอยด์แบบทา

ด้วยกระแสนิยมในเรื่องของ ผิวสวย ผิวขาว มาแรงเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่แล้ว คุณผู้หญิง หรือ คุณผู้ชายที่หันมาดูแลตัวเอง ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของครีมเถื่อน ที่ไม่ผ่าน อย. รวมไปถึง ครีมหน้าใส สบู่ล้างหน้า ครีมกันแดด และ ยารักษาสิว โดยทางผู้ผลิตอาจจะมีการแอบผสม สเตียรอยด์แบบชนิดทา ใส่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งใช้ตอนแรกก็จะเห็นผลดี ผิวขาวเร็ว หน้าใส ไร้สิว แต่รู้หรือไม่ว่า เมื่อใช้เป็นเวลานานจนสาร สเตียรอยด์ เข้าไปสะสม จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ นี่แหละคือต้นเหตุส่วนใหญ่ที่สาว ๆ หลายคนเกิดปัญหาเรื่องของ “สิวสเตียรอยด์”


อาการและประเภทของ สิวสเตียรอยด์

สิวสเตียรอยด์รักษายังไง

สำหรับอาการของสิวสเตียรอยด์  จะมีผื่นคล้ายสิว มีหลายแบบ แต่มีอาการโดยรวมที่ทำให้ต้องหาทางรักษาคือ ตุ่มแดง ตุ่มหนอง มีอาการคัน โดยถูกแบ่งประเภทของสิวสเตียรอยด์ได้ดังต่อไปนี้ 

  • สิวสเตียรอยด์ สิวแท้ : เริ่มต้นกันด้วยสิวแท้ ซึ่งจะหมายถึง สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน แต่กลไกการเกิดสิวนั้น จะต่างจากสิวโดยทั่วไป เพราะว่าจะเกิดจากการที่มีน้ำมันอุดตันอยู่ในรูขุมขนมากเกิน บวกกับมีสิ่งสกปรกอุดตันที่ผิว เกิดรวมขึ้นเป็น คอมิโดน หรือ สิวอุดตัน หลังจากนั้นก็ขยายขึ้นเป็นหัวสิวขนาดเล็ก หรือ ใหญ่ ได้หลายแบบ รวมทั้งถ้าหากมีเชื้อแบคทีเรียที่มากเกินไป ก็จะกระตุ้นกลายเป็นสิวอักเสบ มีอาการบวมได้ แต่ทว่า สิวสเตียรอยด์จะเริ่มเกิดจากการอักเสบของเซลล์บุรูขุมขนพร้อมกัน รวมทั้ง ของเสียก็ถูกขับออกมารวมกับน้ำมัน ทำให้เกิดการอุดตัน จึงเกิดเป็นสิวสเตียรอยด์ขึ้น ด้วยการเกิดสิวที่ต่างกันนี้ จึงทำให้สิวสเตียรอยด์นั้น แตกต่างจากสิวทั่วไปอยู่ตรงที่ มีลักษณะเป็นปื้น เป็นกระจุก ประทุทุกรูขุมขน โดยทุกเม็ดจะดูคล้ายกันขนาดเท่ากัน ไม่ได้ขึ้นกับระยะสิว จะต่างจากสิวปกติ ที่จะมีหัวเปิด หัวปิด รวมทั้งขนาดปะปนกันขึ้นกับระยะของสิวด้วย นี่แหละคือข้อแตกต่างที่ สิวสเตียรอยด์ ทำร้ายผิวได้มากกว่า สิวทั่วไป
  • สิวเทียม หรือ รูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา : สำหรับสิวประเภทนี้จะถูกเรียกได้อีกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สิวยีสต์ หรือ สิวเชื้อรา หรือ สิวเทียม โดยจะมีลักษณะคล้ายสิว ที่กลไกเกิดจากากรที่สเตียรอยด์ไปกดภูมิคุ้มกันที่ผิวหนังจึงเสียสมดุล ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะมีเชื้อนี้ที่ผิวกันอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทำให้มีอาการผิดปกติก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ามีการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นเกินความจำเป็น จะกระตุ้นให้รูขุมขนอักเสบ และ ติดเชื้อได้ สำหรับบางรายอาจจะมีอาการรูขุมขนอักเสบร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น มีตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง รวมทั้งมีอาการคันร่วมด้วย
  • ภาวะโรซาเซียจาก สเตียรอยด์ : สำหรับภาวะนี้คือสิวอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ถูกเรียกว่าเป็นภาวะ โรซาเซียจาก สเตียรอยด์ แทน โดยจะมีลักษณะอาการคือ เป็นตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง คล้ายรูขุมขนอักเสบ แต่ตุ่มนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งจะเกิดบริเวรตำแหน่งหัวคิ้ว รอบจมูก รวมทั้งรอบริมฝีปาก อีกทั้งจะมีอาการผิวแดงขึ้น เวลาอากาศร้อนก็จะมีอาการคันร่วมด้วย โดยบางครั้งก็จะเห็นเป็นริ้วของเส้นเลือดฝอยร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ก็คือ การใช้สเตียรอยด์ ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ผิวหนังเสียสมดุล เชื้อไรรูขุมขน ที่เรียกว่า Dermodex มีการเติบโตมากเกินไป นอกจากนั้น การใช้สเตียรอยด์ยังทำให้มีการสร้างเส้นเลือดฝอยบนผิวหนังมากขึ้น จึงทำให้มีอาการของโรซาเซียเกิดขึ้นนั่นเอง

สำหรับประเภทของสิวทั้ง 3 แบบนี้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่แล้วอาจจะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติได้เพียง สิวแท้ หรือ สิวเทียม ดังนั้นแล้ว ในผู้ใช้สารสเตียรอยด์ จะมีโอกาศเกิดขึ้นในรูปแบบของสิวที่อาจจะรุนแรง เป็นหนอง อักเสบ โดยเกิดจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายชนิดนี้ผสมอยู่ ดังนั้นแล้วเราจะต้อง สังเกต ศึกษา เรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะใช้งานอย่างละเอียด ก่อนการซื้อ และ ก่อนการใช้งานด้วย 


ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์ สังเกตได้อย่างไร

สาเหตุหลักของสิวสเตียรอยด์ เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสเตียรอยด์มาเป็นเวลานาน รวมทั้งเป็นผลข้างเคียงที่อันตรายมาก เพราะเมื่อเกิดสิวชนิดนี้อาจจะทำให้ใบหน้าของคุณกว่าจะกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้งนั้นค่อนข้างที่จะต้องใช้เวลานาน รวมทั้งความอดทนในการรักษาด้วย อย่างไรก็ตามเราจะต้องเริ่มต้นด้วยการเฝ้าระวังการใช้ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสารอันตรายนี้ ด้วยวิธีการสังเกตดังต่อไปนี้ 

  • แหล่งที่มาของครีม เช่น ครีมที่ขายใน Facebook, Instagram รวมทั้ง โลกออนไลน์ทุกชนิด ครีมกันแดด เซรั่ม มาร์คหน้า รวมไปถึง สบู่ที่อวดอ้างว่าแก้สิว ผิวขาว หน้าใส อื่น ๆอีกมากมาย ที่ดูแล้วไม่มีการรับรอง 
  •  มีการโฆษณาสรรพคุณว่าเห็นผลครั้งแรกที่ใช้ เห็นผลในขวดเดียว เห็นผลใน 7 วัน บอกเลยว่าคำเหล่านี้อันตราย 
  • มีการอวดอ้างว่าช่วยทุกอย่าง หน้าใส ลดสิว ลดฝ้า ในขวดเดียว ขวดเดียวนี่เกินไป 
  • การรีวิวของสินค้า ก่อนใช้ กับ หลังใช้ ที่ดูไม่น่าเชื่อถือ 
  • ครีมในอินเตอร์เน็ต บอกว่ามี อย. แต่ก็ต้องพึงระวังเพราะตอนที่จด อย.อาจจะใช้ส่วนผสมอีกแบบหนึ่ง เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจทุกล็อตการผลิต ต้องระวังขั้นสูงสุด 

ทั้งหมดนี่เป็นเพียงข้อสังเกตเบื้องต้น ซึ่งในปัจจุบันก็อาจจะยังพบเห็นได้อยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการขายทางออนไลน์ทั่วไป นอกจากสารอันตรายอย่างสเตียรอยด์นั้น อาจจะยังพบสารชนิดอื่นที่โรงงานผลิตอาจจะผสมเข้ามาเพิ่ม ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีข่าวในการจับกุมครีมผสมสารอันตรายอยู่บ่อยครั้งเหมือนกัน ดังนั้นต้องระวังขั้นสูงสุด ดังนั้นครีม หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ควรซื้อ ควรจะมีข้อมูลดังต่อไปนี้

  • เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งซื้อจากร้านขายยา หรือ ร้านขายเครื่องสำอางชื่อดังในห้างสรรพสินค้า 
  • การซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต จะต้องเป็นเว็บไซต์ทางการของแบรนด์นั้น เพราะจะเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือมากที่สุด 

รู้ได้อย่างไรว่าซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ผสม

การระบาดของครีมเถื่อน หรือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ สเตียรอยด์นั้น มีมากมายจนยากมากที่จะจับได้ทันควัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีคนที่หลงเชื่อ รวมทั้งสั่งซื้อมาใช้งาน ถ้าหากว่าคุณเองสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมานั้นมีส่วนผสมของ สเตียรอยด์หรือไม่ จะมีหลักสังเกตได้ดังต่อไปนี้ 

  • จะมีความรู้สึกว่า สิวหายเร็ว ฝ้าจางได้เร็วกว่าปกติ ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเป็นการทายารักษาสิว หรือ ฝ้าโดยทั่วไป จะใช้เวลาเฉลี่ยอย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ อาการจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ หรือ จะใช้เวลากว่า 1-2 เดือนเลยทีเดียวกว่าจะเห็นผล แต่ถ้าเพียงไม่กี่วันนั่นจะต้องสงสัยเอาไว้เลยว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องมีส่วนผสมอื่นปนอยู่แน่
  • สำหรับข้อนี้จะเหมือนกันกับข้อแรกคือ หน้าตาจะใส่ผิดปกติ เห็นผลเร็วภายใน 5-7 วัน ผมผื่นต่าง ๆก็ยุบ ผิวเนียน เปลี่ยนไปจากเดิม ภายใน 3 วันเท่านั้น
  • อีกหนึ่งข้อสังเกตคือ เมื่อใช้ไปสักพักหน้าจะเริ่มใส จนเห็นเส้นเลือด หรือ มีไรขนขึ้นที่บริเวณหน้า แล้วมีสิวเริ่มขึ้นมา 
  • สำหรับในบางรายนั้น เมื่อใช้เป็นประจำจะไม่มีปัญหาใด แต่เมื่อหยุดใช้สิวก็จะบุก หรือ มีผดผื่นขึ้นบนใบหน้า 
  • เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์มาแล้ว ก็ยังมีวิธีทดสอบด้วยการตรวจกับชุดทอสอบสเตียรอยด์ ได้เช่นกัน 

อย่างไรก็ตามผิวหน้า หรือ ผิวกายที่ได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ หรือ เครื่องสำอางต่าง ๆ ก่อนที่เราจะซื้อ หรือ ใช้งาน ก็จะต้องมีการตรวจสอบอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วจะเกิดผลร้ายกันตัวเองได้ แต่ถ้าใครที่พลาดไปใช้งานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ จนเกิดผลข้างเคียงอย่าง สิว หรือ ผดผื่น ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ต้องเข้าสู่กระบวณการรักษาให้ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผิวหนัง พร้อมทั้งความอดทนที่จะต้องผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายไปให้ได้ 


สิวสเตียรอยด์รักษายังไง

สิวสเตียรอยด์รักษายังไง

สำหรับทุกปัญหานั้นมีทางออกเสมอ เมื่อคุณ หรื่อ คนใกล้ตัวของคุณเป็นสิวสเตียรอยด์ หรือ มีปัญหาสิวทั่วบริเวณใบหน้า ควรให้กำลังใจ พร้อมทั้งช่วยกันหาทางแก้ไข เพราะว่าสิวชนิดนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ พร้อมหน้าตาที่กลับมาสดใสเช่นเดิม เพียงแต่จะต้องใช้ความอดทน วินัย ในการดูแลรักษาหน้า โดยมีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้ 

เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ สเตียรอยด์ 

เมื่อเราพบว่ามีสิวขึ้น หรือ คิดว่าเป็นผลข้างเคียงจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูเหมือนจะมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันที หลังจากที่หยุดใช้แล้วนั้น จะมีอาการสิวเห่อมากขึ้น มีผื่นขึ้น อาการจะแย่ลง แต่ทว่าวิธีรักษาคือวิธีนี้แหละ ที่จะต้องปล่อยให้ความอดทนที่มีใช้ในจุดนี้ อีกทั้งห้ามเด็ดขาดที่จะไปซื้อผลิตภัณฑ์รักษาผิวมาใช้ด้วยตัวเอง เพราะเราเองยังไม่รู้เลบยว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือ สารตัวใด ถ้ายิ่งใช้ยารักษา ก็อาจจะเป็นหนักมากกว่าเดิม 

รักษาสิวสเตียรอยด์ ด้วยตัวเอง

ต่อจากวิธีแรก เมื่อยังไม่สะดวกที่จะไปพบแพทย์ หรือ ยังมีอาการที่ไม่รุนแรงมาก ขอแนะนำให้ใช้ยารักษาด้วยตัวเอง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 

  • เลือกการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวหน้าทุกชนิดจะต้องใช้สูตรที่ไม่มีส่วนผสมของ AHA BHA โดยมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สบู่ล้างหน้า ครีมบำรุง ที่เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิว เพราะส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง อาจจะทำให้ระคายเคืองผิวได้ รวมทั้งทำให้หน้าแห้งลอกมากขึ้น แต่เลือกส่วนผสมของสารเพื่มความชุ่มชื้น เช่น Alovera Vitamin E Ceramide
  •  ใช้ยาทากลุ่มรักษาสิวบางชนิดที่มีตามร้านขายยา ตัวอย่างเช่น ยา Benzac หรือ Clinda M แต่ทว่าก่อนที่จะใช้ต้องมั่นใจว่าผิวของเรานั้น ไม่แพ้ง่าย เพราะถ้าแพ้ง่ายก็จะมีอาการระคายเคืองขึ้นไปอีก 
  • การรักษาสิว สเตียรอยด์ นั้น ผู้ที่รักษาตัวจะต้องเข้าใจว่า เป็นอาการที่ใช้ระยะเวลาการรักษายาวนานมาก อย่างน้อยประมาณ 3 เดือน ถึงจะเห็นผล หรือ ดีขึ้น ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก 
  • ในกรณีที่มี สิวสเตียรอยด์ รุนแรงมาก คือ มีสิวเห่อเต็มหน้า มีหนอง มีตุ่มปริมาณมาก จะมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งจะมีคำแนะนำที่สำคัญคือ ให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยอาการ จะได้วางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง

รักษาสิวสเตียรอยด์ โดยแพทย์

สำหรับวิธีการรักษา สิวสเตียรอยด์โดยแพทย์นั้น จะมีวิธีการรักษาได้หลายวิธี ซึ่งนั่นก็จะแบ่งออกไปตามความรุนแรงของอาการคนไข้แต่ละราย ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน โดยคำแนะนำของแพทย์จะมีด้วยกันดังนี้

  • รักษาโดยใช้ยาชนิดทา จะทำให้ละลายหัวสิว ฆ่าเชื้อสิว 
  • ผลิตภัณฑ์อื่น ที่เหมาะกับสภาพผิว ตัวอย่างเช่น สบู่ล้างหน้า ครีมบำรุง ครีมกันแดด 
  • รักษาโดยการให้ยา ลดการทำงานของต่อมไขมัน ยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ เพื่อลดสิว 
  • มีการรักษาเสริม เพื่อให้มีประสิทธิภาพการเห็นผลเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น การกดสิว ทรีทเมนท์ลดสิว เลเซอร์ ฉายแสง 

ซึ่งการดูแลของแพทย์นั้นก็จะแตกต่างกันไปด้วย เพราะว่ากลุ่มรักษาสิวสเตียรอยด์นั้นมีหลายกลุ่ม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่า สิวชนิดนั้น เป็นสิวแท้ หรือ สิวยีสต์ โดยจะให้ยารักษาตามอาการรวมทั้งเป็นยาที่ปลอดภัย เพราะได้รับการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว 


ทุกคำถาม เกี่ยวกับการรักษา 

สำหรับการรักษาสิวสเตียรอยด์ นั้น จะมีคำถามที่หลากหลายมากจากผู้ที่เข้ารับการรักษา เพราะมีความกังวลใจ รู้สึกไม่ไว้ใจ เพราะเคยพลาดใช้ครีมที่มีสารอันตราย หรือ การระคายเคืองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ทุกคำตอบต่อจากนี้จะทำให้คุณสบายใจได้อย่างแน่นอน 

1.ระยะเวลารักษา สิวสเตียรอยด์ 

การรักษาสิว สเตียรอยด์ นั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลานานมากกว่าสิวทั่วไป เนื่องจาก สิวชนิดนี้จะมีสาเหตุภูมิคุ้มกันที่น้อยลง ผิวก็ยังไม่แข็งแรง ทำให้การรักษา จะต้องใช้เวลาในการปรับตัว ปรับยา ให้ผิวกลับมาฟื้นตัวแข็งแรงเต็มที่ ส่วนระยะเวลาของการรักษานั้น จะขึ้นอยู่กับว่าเราได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีสารสเตียรอยด์มานานเท่าไหร่ โดยปกติแล้ว การรักษาจะอยู่ที่เริ่มต้น 3 เดือน ไปจนถึง 6 เดือน และ 1 ปี

2.ตอบคำถามเรื่องการกดสิวสเตียรอยด์ 

การรักษาแบบเสริมอย่างหนึ่งที่ถูกพูดถึง นั่นก็คือ การกดสิว ซึ่งในกรณี สิวสเตียรอยด์นั้น จะต้องเป็นสิวชนิดสิวอุดตัน แบบมีหัวสิว ซึ่งจะช่วยให้การรักษาสิวแบบนี้เร็วมากขึ้น แต่ทว่า การกดสิวนั้น จะต้องดูแลโดยแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ เพราะควรทำอย่างถูกวิธี ปลอดเชื้อ ถึงจะปลอดภัย 

ซึ่งการกดสิวในรูปแบบที่ไม่ถูกวิธี หรือ แบบไม่ปลอดเชื้อนั่น จะยิ่งมีความเสี่ยงให้ผิวหนังจากเดิมที่ไม่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันผิวที่ไม่ดีตามไปด้วยนั่นเอง อีกทั้งยังเสี่ยงติดเชื้อง่ายกว่าปกติ สามารถเกิดการอักเสบ ลุกลามขึ้นได้ รวมไปถึงการทิ้งรอยแผลเอาไว้นานกว่าเดิมด้วย 

3.ควรรักษาสิวสเตียรอยด์ ได้ที่ไหน 

สำหรับการรักษาสิว ซึ่งเกี่ยวกับผิวหน้าโดยตรง คุณจะต้องเลือกสถานที่อย่าง คลินิก หรือ โรงพยาบาล ที่ได้รับการรับรอง มีความน่าเชื่อถือ มีชื่อเสียง ถึงแม้ว่าจะมีค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าการันตีว่าหาย หรือ ให้ผิวหน้าดีขึ้น ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกได้เช่นกัน 

ดังนั้นแล้ว ควรปรึกษาในกลุ่มเพื่อน หรือ ในกลุ่มที่เคยเป็นสิวสเตียรอยด์ด้วยกัน จะได้รับคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับสถานที่รักษา แต่อย่าลืมเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ราคา และ ความใส่ใจของแพทย์ เพราะว่าจะต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง การดูแลที่มีมาตรฐานที่ดี จึงเป็นคลินิกที่ไม่ควรจะมองข้ามไป 


ทั้งหมดนี่คือเรื่องของ สิวสเตียรอยด์รักษายังไง สิว ที่ไม่สิวเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าเกิดว่าใครเคยเป็นสิวสเตียรอยด์ จะทราบดีว่ามันจะมีความรู้สึกเป็นอย่างไร ดังนั้นแล้ว ใครที่กำลังคิดที่จะใช้ครีมราคาถูก แต่มีการรีวิวที่ดี โฆษณาชวนเชื่อ หรือ แม้กระทั่งการหลอกขายผลิตภัณฑ์เถื่อนบนโลกออนไลน์ ก็จะต้องระวัง เช็คให้ดี ไม่เช่นนั้นแล้วผิวหน้า หรือ ผิวกายของคุณจะได้รับสารอันตรายอย่างสเตียรอยด์เข้าไป ซึ่งถ้ายิ่งเข้าไปในปริมาณที่มากก็จะยิ่งส่งผลเสียให้ร่างกายมากเท่านั้น สำหรับใครที่เป็นสิวชนิดนี้อยู่ไม่ต้องเป็นกังวล เพียงแค่ใช้ความอดทน รวมทั้งวินัยในการทานยา หรือ ทายา ใบหน้าที่สวยงามของคุณ จะกลับมาสวยงามได้อีกครั้งอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ คุณจะต้องมีความมุ่งมั่น มีเป้าหมาย ทำตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง ห้ามใช้ทางลัดอื่น ๆ ที่ดูไม่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นแล้วใบหน้าของคุณอาจจะต้องมีรอยแผล และ เสียโฉมไปตลอดกาล สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่กำลังต่อสู้กับ สิวแพ้สาร หรือ สิวสเตียรอยด์ ขอให้สภาพผิวหน้า หรือ ผิวกาย กลับมาสู่ภาวะปกติ 


Credit:

สิวสเตียรอยด์คืออะไร มีวิธีการดูแลอย่างไร – Eucerin

สิวสเตียรอยด์ เป็นยังไง รู้ก่อนรู้ไว รักษาหายขาดได้ ไขปัญหาโดย หมอรักษาสิว – คลินิกรักษาสิว ดูแลผิวพรรณ และ ความงามครบวงจร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (kanwaraclinic.com)

acne

หน้ามันเป็นสิว ทำอย่างไรดี? เปิด 9 วิธีลดความมันบนใบหน้า ป้องกันการเกิดสิว

July 5, 2022
หน้ามันเป็นสิว

หน้ามันเป็นสิว ทำอย่างไรดี? เปิด 9 วิธีลดความมันบนใบหน้า ป้องกันการเกิดสิว

“ปัญหาเรื่องสิว” ถึงแม้จะชื่อสิว แต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับวัยรุ่น รวมไปถึงหนุ่มสาวหลายคน ที่ประสบปัญหาเรื่องของ หน้ามัน เป็นสิว แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ลดทอนความมั่นใจในตัวเองลงไปเยอะมาก ถึงแม้ว่าจะมีหลากหลายวิธี ที่จะป้องกัน รวมทั้งบำรุงผิว ปรับเคมีในร่างกายทุกรูปแบบ แต่สำหรับบางราย สิวก็ยังบุกมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็น การแพ้น้ำที่อาบ แพ้เครื่องสำอาง สารบางชนิดที่พบในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามวันนี้พวกเราก็มีบทความดี ๆ เป็นความรู้เกี่ยวกับ หน้ามันเป็นสิว และ 9 วิธีลดความมันบนใบหน้า ป้องกันการเกิดสิว รวมไปถึงความเป็นมาของคำว่าสิว พร้อมไปถึงวิธีแก้ปัญหาเพื่อให้ใบหน้าของเราไม่มัน ห่างไกลสิวได้ทุกรูปแบบ แต่ก่อนอื่นเลยเราต้องไปทำความเข้าใจกันก่อนเกี่ยวกับ “ปัญหาหน้ามัน และ สิว” นั่นเอง


หน้ามันเป็นสิว เกิดจากอะไร

หน้ามันเป็นสิว

หนึ่งในปัญหาผิวที่กวนใจของหนุ่มสาวหลายคน อย่าง “หน้ามัน” เพราะว่าเมื่อเกิดอาการนี้แน่นอนเลยว่าความเสี่ยงที่จะเกิดสิวนั้น มาเป็นอันดับต้น ๆ เพราะการที่มีสภาพผิวที่มีรูขุมขนกว้าง เมื่อหน้ามัน รวมไปถึงการที่ทำให้ผิวหน้าของเรานั้นดูคล้ำ เสีย เกิดริ้วรอย ก่อนวัยอันควร อีกหนึ่งปัญหาหลักสำหรับสาว ๆ เลยก็คือ การแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางก็จะไม่ติดทนด้วย จะเห็นได้ว่าปัญหานี้ไม่ได้แค่เรื่องเกิดสิวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาในเรื่องอื่น ๆ ด้วย และ ที่สำคัญทำให้เราดูเป็นคนที่ไม่สะอาดด้วย 


ปัญหาหน้ามัน เกิดได้อย่างไร ? 

หน้ามันเป็นสิว

ก่อนอื่นเลยต้องไล่ทำความรู้จักกันตั้งแต่สาเหตุของเรื่องนี้กันก่อนเลยว่า  เกิดขึ้นได้อย่างไร ? คำตอบที่ได้ก็คือ ปัญหาผิวหน้ามัน เกิดจากการที่ร่างกายของเรานั้น มีการผลิตน้ำมันออกมาปกป้องผิวหน้า ไม่ให้ใบหน้าของเราแห้ง แต่ทว่าในปัจจุบัน อาจจะมีปัจจัยบางอย่าง ที่จะทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น จึงส่งผลให้หน้าของเรา มีน้ำมันมากกว่าปกติ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณจมูก นั่นเอง แต่ในบางรายก็มันฉ่ำไปทั้งหน้าเลยทีเดียว โดยปัญหาหน้ามันที่เกิดขึ้น มีด้วยกันถึง 5 สาเหตุด้วยกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 


5 สาเหตุของการเกิด “หน้ามัน”

หน้ามันเป็นสิว

  • หน้ามันที่เกิดจาก กรรมพันธุ์ โดยจะเรียกได้ว่าเกิดมาจากพ่อแม่ ที่ถ่ายทอดออกมาสู่ลูก โดยในครอบครัวถ้าเกิดปัญหาผิวมัน ก็จะส่งต่อไปยังลูกหลานได้เช่นเดียวกัน นี่แหละคือการเกิดหน้ามันได้แบบธรรมชาติมากที่สุด เป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 
  • หน้ามันที่เกิดจาก ฮอร์โมน สาเหตุนี้จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือในช่วงวัยรุ่น ซึ่งจะพบได้ในผู้ที่มีฮอร์โมนเพศชายสูง ซึ่งก็อยู่ในเรื่องที่เป็นได้ทั้งผู้หญิง และ ผู้ชายได้เช่นเดียวกัน
  • หน้ามันที่เกิดจาก สภาพอากาศ ในบางครั้ง เมื่อร่างกายต้องมีการสร้างสมดุลให้กับตัวเอง วันที่อากาศร้อน ก็จะถูกขับเหงื่อออกมา น้ำมันก็ออกมาจากร่างกายด้วย ในสภาพอากาศที่ร้อนจะทำให้เรานั้นหน้ามันได้ บางรายมีการขับออกมามาก ทำให้สังเกตุเห็นได้ชัดเจน 
  • หน้ามันที่เกิดจาก การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวหน้า ผิดประเภท สาเหตุนี้จะพบได้บ่อยกับผู้หญิงหลายคนอาจจะแพ้ หรือ มีการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน รวมไปถึงการบำรุงผิวหน้าที่มากเกินไป บำรุงด้วยความเข้มข้น จะทำให้มีสิ่งอุตตัน ผิวหน้าก็จะมันมากกว่าเดิม และ เกิดสิวในที่สุด 
  • หน้ามัน ที่เกิดจาก ผิวขาดความชุ่มชื้น มองดูแล้วเป็นเรื่องยากมาก เพราะสาว ๆ หลายคนมีผิวที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการดูแลก็จะต้องดูแลแทบทุกคนไม่ควรให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น แต่ถ้าใช้มอยส์เจอไรเซอร์ หรือ ผลิตภัณฑ์บำรุง ก็ควรเป็นสูตรน้ำ แบบเจล หรือ เครื่องสำอางที่มีเนื้อบาง 

สำหรับปัจจัยทั้ง 5 ที่เป็นสาเหตุให้ “หน้ามัน” เป็นการยกมาให้อ่าน เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก บางรายถูกถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ แต่บางรายก็อยู่ในช่วงเติบโต ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ แต่สำหรับบางรายก็ใช้เครื่องสำอางที่ผิดประเภท หรือ ใช้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี แน่นอนว่าแต่ละคนมีหน้าตา และ ระบบการขับเหงื่อที่แตกต่างกันไป ยิ่งไปกว่านั้นสภาพอากาศในปัจจุบันก็ร้อน และ เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดหน้ามันได้อยู่เป็นประจำ  


4 เรื่อง กับ ที่คุณต้องรู้เรื่องสิว  

หน้ามันเป็นสิว

หลายคนอาจจะทราบดีว่า สิวเกิดจากอะไร แต่สำหรับวันนี้จะขอลงลึกให้ท่านผู้อ่านเข้าใจง่ายกันสักหน่อย เกี่ยวกับปัญหาที่แท้จริงของเรื่องสิว ที่ดูแล้วไม่เล็กเลย แน่นอนว่าในหัวข้อนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับสิว รวมทั้ง การดูแลที่ตรงจุด ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายนั่นเอง ซึ่งทั้ง 4 แบบนี้จะมีอะไรบ้าง ติดตามอ่านกันได้เลย 

  • สาเหตุเกิดจากการเกิดสิวอุดตันขนาดเล็กใต้ผิวหนัง เรียกได้ว่าเป็น สิวอุดตัน หรือ โคมีโดน คือ สภาวะที่รูขุมขนนั้น เกิดการอุดตัน โดยจะมี “ไมโครมีโดนน” หรือ เรียกได้อีกอย่างว่า สิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยเกิดจากการสร้างชั้นเคราตินของเซลล์ผิวหนัง โดยปกติแล้ว เจ้าตัวของ สิวอุดดัน “ไมโครมีโดนน” จะสบายไปเองตามธรรมชาติ แต่ในแบบที่เกิดขึ้นจะเกิดการอักเสบใต้ชั้นผิวไปร่วมด้วย โดยทางการแพทย์จะเรียกว่าสิวอักเสบชนิดไม่รุนแรง โดยสิวชนิดนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่แล้ว แต่ในบางรายก็เกิดขึ้นได้จากมีสิ่งอุดตันที่รูขุมขน จนทำให้เกิดสิวนั่นเอง
  • สาเหตุในภาวะที่ผลิตน้ำมันมากเกินไป โดยชั้นผิวก่อตัวหน้าผิดปกติ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยเจริญพันธ์ โดยสาเหตุนี้จะครอบคลุมไปถึงเรื่องการใช้ยาบางประเภท รวมไปถึงผลกระทบจากมลภาวะทั่วไป โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้การผลิตน้ำมันของผิวเพิ่มขึ้น มากขึ้น โดยส่งผลให้เกิดสิวประเภทต่าง ๆ เช่น สิวหัวดำ กับ สิวหัวขาว โดยทั้งคู่ยังเป็นสาเหตุหลักเลยที่เกิดการติดเชื้อ จนกลายเป็นสิวหนองนั่นเอง  โดย ภาวะผิวหนังผลิตไขมันมากผิดปกติ มีด้วยกัน 2 แบบก็คือ 
    • ภาวะผิวหนังผลิตไขมันมากผิดปกติ  มีอาการก็คือ ผิวหนังของเราจะทำให้ฮอร์โมนชนิดนี้ กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดการสะสมน้ำมันบนผิวหนัง และทำให้ต่อมไขมันอุดตัน ส่งผลให้เกิดสิว
    • ภาวะชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้นผิดปกติ เกิดจาก การก่อตัวหน้าขึ้นของผิวชั้นนอก โดยมีสาเหตุมาจาก แบคทีเรีย Propionibacterium acnes หรือ P.acnes ซึ่งตัวมันจะสร้างแผ่นฟิล์มบา ๆ บนผัวหนัง โดยมีหน้าที่ขัดขวางกระบวนการหลุดลอกของชั้นผิวหนัง จึงทำให้เกิดการอุดตัน และ กลายเป็นสิวในที่สุด 
  • เรียนรู้เรื่อง สิวทุกประเภท เรื่องของ “สิว” มีหลากหลายคำเป็นอย่างมากโดยถูกแยกประเภทออกไปตามรูปแบบ ตัวอย่างเช่น สิวอุดตัน สิวตุ่มนูนแดง สิวหัวหนอง สิวอักเสบ สิวหัวเปิด และ สิวหัวปิด เป็นต้น โดยประเภทสิวที่กล่าวมาทั้งหมด โดยในเรื่องของสิวอักเสบ จะเกิดอาการเจ็บร่วมด้วย  
  • การโตของแบคทีเรีย P.acnes ทำให้อักเสบรุนแรงขึ้น เมื่อแบคทีเรียชนิดนี้ ย่อยสบายน้ำมัน จะทำให้สิวของเราเกิดการอักเสบมากขึ้น โดยแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้ามาอาศัยอยู่ในต่อมไขมัน ที่มีการอุดตัน เพื่อย่อยสลาย โดยกระบวนการนี้ทำให้เกิดการอักเสบที่มากขึ้น โดยมีอาการตุ่มนูนแดง รวมทั้งสิวหัวหนองด้วยนั่นเอง 

นี่แหละคือทุกเรื่องที่ทำให้คุณเกิดสิว ไม่จำเป็นเลยว่าคน ๆ นั้นจะรักษาความสะอาด หรือ ดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่เรื่องสิว ไม่เกิดขึ้นกับปัจจัยที่ก่อขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของระบบภายในร่างกาย ฮอร์โมน รวมถึงสารเคมีที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราจะต้องรู้สาเหตุ เมื่อมีการอักเสบ เราก็จะต้องมีการรักษา เพราะอาการเจ็บปวดจากสิวอักเสบไม่ใช่เรื่องสนุก อีกทั้งการเกิดแผล หรือ ติดเชื้อ ก็อาจจะทำให้หายยาก เป็นแผลเป็นได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรที่จะปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยด่วน เมื่อเกิดสิวอักเสบ หรือ สิวแบบแพ้สารเคมี 


9 วิธีลดความมันบนใบหน้า

หน้ามันเป็นสิว

พักเรื่องสิว ๆ มาลองดูวิธีที่จะช่วยลดความมนบนใบหน้ากันดูบ้าง เพราะว่าการเกิดสิว ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมชาติได้เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อไหร่ที่คุณไม่ได้ดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องของสุขภาพร่างกาย สุขภาพผิวหน้า รวมไปถึงสุขภาพจิตใจ ที่ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด สำหรับทั้ง 9 วิธี จะแนะนำให้ทำเรื่องอะไรบ้าง อ่านกันต่อได้เลย

1.ลดความมัน ด้วยการล้างหน้าให้สะอาด และ ถูกวิธี 

การลดความมันบนใบหน้า เรื่องแรกเลยต้องล้างหน้าให้สะอาด รวมทั้งถูกวิธีด้วย ก่อนอื่นเลยต้องแนะนำ ให้ใช้คลีนเซอร์ ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เน้นตัวที่มีส่วนผสมของ BHA นั่นก็คือ กรดซาลิไซลิก Salicylic Acid โดยจะมีคุณสมบัติช่วยขจัดความมัน รวมทั้งสิ่งสกปรก ไม่ให้ตกค้างอยู่ในรูขุมขน แต่อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้หน้ามันมากขึ้น 

2.ใช้เครื่องสำอาง ที่เหมาะกับสภาพผิว 

การใช้เครื่องสำอางบนใบหน้า คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสาว ๆ ทุกคนต้องใช้ ดังนั้นแล้วควรศึกษาให้ดี หรือ เลือกใช้สักนิด ว่ามีส่วนผสมของน้ำมัน หรือ บางตัวอาจจะมีเนื้อสัมผัสที่หนาเกินไปหรือไม่ เพราะจะทำให้ซึมเข้าผิวยาก เกิดการอุดตัน ดังนั้นควรเลือกเครื่องสำอางที่มีเนื้อบางเบา เพราจะซึมเข้าผิวง่าย และ ทำให้หน้าไม่มันนั่นเอง 

3.การมาส์กหน้าด้วยสูตรธรรมชาติ ลดหน้ามัน

การมาส์กหน้าโคลน หรือ ใช้สูตรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น การใช้น้ำผึ้ง,ว่านหางจระเข้,ไข่ขาว หรือ มะนาว โดยการใช้แบบธรรมชาติจะเซฟเรื่องการแพ้สารเคมีบางชนิดได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับบางรายก็ไม่มีปัญหาเมื่อจะซื้อมาใช้งาน แต่ป้องกันเอาไว้ก่อนก็จะดีมาก ยิ่งรู้ว่าตัวเองผิวแพ้ง่าย ยิ่งต้องเลือกใช้ให้ดี 

4.ลดหน้ามันใช้กระดาษซับหน้ามัน 

คำว่า “ซับหน้ามัน” ไม่ใช่ “เช็ดหน้ามัน” ต้องทำความเช้าใจ เพราะวิธีใช้จะต้องใช้ให้ถูก เพราะเราต้องค่อย ๆ ซับ คือ แปะ ๆ ทั่วหน้า ไม่ควรที่จะถูหน้าแรง ๆ รวมทั้งถูกไปทั่วใบหน้าในครั้งเดียว ที่สำคัญเลยเมื่อใช้กระดาษซับมัน ควรซับให้แต่พอดี ไม่เช่นนั้นจะทำให้น้ำมันบนหน้าน้อย และ ร่างกายก็ยิ่งขับออกมาทำให้หน้ามันกว่าเดิมได้ ดังนั้นแล้วต้องใช้อย่างถูกวิธีด้วย

5.หลีกเลี่ยงแดด และ ใช้ครีมกันแดด

สำหรับสาว ๆ ก็คงทราบกันอยู่แล้วว่า ลดการปะทะกับแสงแดดโดยตรง พร้อมทั้งมีการทาครีมกันแดดบนใบหน้าป้องกันอยู่แล้ว แต่สำหรับคุณผู้ชายอาจที่จะไม่ได้ใส่ใจในจุดนี้มาก ดังนั้นแล้ว ควรที่จะหลีกเลี่ยงแดดจัด เพราะนี่คือสาเหตุจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่ทำให้หน้ามันได้ และ อย่างลืม ใช้ครีมกันแดดเพื่อบำรุงผิวหน้า พร้อมปกป้องการถูกทำร้ายจากรังสี UV ด้วย  

6.ทานยากลุ่มกรดวิตามินเอ 

โดยยาในกลุ่มนี้มีชื่อสามัญทางยาว่า ไอโซเตรติโนอิน (isotretinoin) หรือ เรติโนอิก แอซิด (retinoic acid) เป็นยาที่ใช้รักษาสิวที่มีฤทธิ์กดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมันลดลง จึงลดให้หน้าไม่มันได้ แต่จัดว่าเป็นยาอันตราย ต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น เพราะว่าค่อนข้างมีผลข้างเคียงที่อันตราย เมื่อหยุดยานี้ก็ทำให้ต่อมไขมันกลับมาทำงานปกติ 

7.เลือกใช้โฟมล้างหน้า ให้ถูก

ข้อนี้จะทำให้คุณช่วยลดการเกิดสิว หรือ การล้างหน้าไม่สะอาดไปด้วยเลย เพราะโฟมล้างหน้าจะต้องมีค่า PH ที่เป็นกลาง กับ ไปทางเป็นกรดเล็กน้อย เพราะจะช่วยให้แบคทีเรียไม่สามารถเจิรญเติบโตบนใบหน้าได้ ควรเลือกโฟมล้างหน้าสูตรเย็น เพราะจะช่วยให้ผิวหน้าตึง กระชับรูขุมขน อีกทั้งช่วยเรียกความสดชื่นด้วย 

8.เลือกกินอาหาร 

อาหารควรที่จะเลือกสักนิด ก็คืออาหารที่มีวิตามินเอ กับ วิตามินบี 2 ตัวอย่างเช่น ถั่วต่าง ๆ ส่วนวิตามินเอ จะได้แก่ประเภท แครอท,แคนตาลูป,ผัก เป็นต้น ที่สำคัญสิ่งที่คุณต้องเลี่ยงเลยก็คือ อาหารประเภททอด อาหารมัน  เพราะจะยิ่งทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเยอะมากขึ้นนั่นเอง

9.พักผ่อนให้เพียงพอ 

เมื่อเราไม่มีความเครียด ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุขภาพแย่ ก็แทบจะไม่ต้องกังวลใด ๆ เกี่ยวกับการเกิดสิว หรือ ผิวหน้ามัน เมื่อเรามีระบบของร่างกายที่ปกติ ไร้ความเครียด สภาพจิตใจดี มีความสุข พักผ่อนเพียงพอ เพียงเท่าที่ก็จะทำให้ลดหน้ามันได้เช่นเดียวกัน แต่ในบางรายอาจจะต้องหมั่นล้างหน้า หรือ ควบคุมด้วยเครื่องสำอาง แต่เมื่อร่างกายของเราพร้อมสู้ ทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องยาก 


พวกเราหวังว่าข้อมูล หน้ามันเป็นสิว ทั้งหมดในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสาเหตุเกี่ยวกับ หน้ามัน รวมทั้งเรื่องของการเกิดสิว จะเป็นข้อมูลความรู้ที่พวกเราเรียบเรียงมาให้ทุกท่านได้อ่านเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ทุกคนเข้าใจว่า คนที่เป็นสิว ไม่ใช่คนที่ไม่ดูแลตัวเอง แต่บางครั้งมีเรื่องของการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือ ฮอร์โมนที่อยู่ในร่างกายไม่เหมือนคนอื่น แต่เรื่องนี้เราจะก้าวผ่านไปได้ด้วยการรักษาทางการแพทย์ พฤติกรรมความเป็นอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ สำหรับบางคนแพ้เครื่องสำอาง หรือ แพ้สารเคมี จนเกิดสิว ยังมีวิธีรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ แต่ต้องใช้เวลา ความอดทน ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าอยากหายเป็นปกติ สุดท้ายนี้พวกเราขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเผชิญกับสิวในแบบต่าง ๆ ขอให้หายเป็นปกติในเร็ววัน


Credit:

สิวเกิดจากอะไร รู้จักสาเหตุของสิวเพื่อการดูแลที่ตรงจุด – Eucerin

จะเป็นอย่างไรเมื่อ ‘กัญชง’ อยู่ในส่วนผสมของสกินแคร์ (vogue.co.th)

หน้ามัน เกิดจาก? ป้องกันผิวมัน ทำได้อย่างไรบ้าง? (aquaplus.co.th)